ร้านอาหารจีน

คนฮ่องกงเค้ากำลังฮิตร้านไหนกันอยู่บ้าง ลองดูเลย เลือกร้านเด็ดมาให้ 8 ร้านที่เด็ดสุด ตามประเภทอาหาร ดังนี้ค่ะ

1.Nakamura Tokichi

ประเภท: dessert room, tea room, matcha desserts

Nakamura Tokichi

Nakamura Tokichi คือ tea room ระดับตำนานกว่า 160 ปีจากเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งชาชั้นดีอย่างอุจิ (Uji) แห่งเกียวโต ร้านเพิ่งเปิดตัวใหม่ในฮ่องกงเป็นสาขาแรกนอกญี่ปุ่นเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ตอนนี้กระแสแรงมากจนเป็นที่เลื่องลือเรื่องคิวยาวมหาโหด เพราะบัตรคิวมักจะแจกหมดประมาณเวลาเที่ยงวันแม้ร้านจะปิดตอนสองทุ่มก็ตาม ทำเลของร้านตั้งอยู่บนชั้น 18 ของห้าง The One เลยมีวิวสวยมุมสูงของอ่าววิคทอเรียเป็นวอลล์เปเปอร์ พร้อมกับชมวิวบรรยากาศที่สวยงามของร้าน

เมนูแนะนำทางร้าน

เซตโซบะและอุด้ง
เซตโซบะและอุด้ง
ไอศกรีมและขนมจากมัทฉะ
ไอศกรีมและขนมจากมัทฉะ
วาราบิคลุกผงมัทฉะ
วาราบิคลุกผงมัทฉะ

 

 

 

 

 

 

 

ถั่วแดงกวนและ rice cake ในชาเขียวรสเข้มฟุ้ง
ถั่วแดงกวนและ rice cake ในชาเขียวรสเข้มฟุ้ง

2.Chau Kee

ประเภท: Dim Sum – affordable

เจ๊าเก่ย์ (周記) ร้านติ่มซำน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปี แต่ยังคงมาแรงที่สุดในขณะนี้ด้วย
เมนูไวรัลในโลกโซเชี่ยลออนไลน์อย่าง“Golden Lava” French toast (HK$18) หรือ
เฟรนช์โทสต์สอดไส้คัสตาร์ดลาวาไข่เค็มที่เราคุ้นเคยกันในซาละเปา จุดเด่นของที่นี่ คือ คุณภาพ
และความอร่อย กลิ่น หอม ที่สวนทางกับราคาที่เหมาะสม แต่ละเมนูจัดเต็มด้วยวัตถุดิบในราคาที่
ไม่แพงเลย นอกจากเมนูโทสต์ไส้ไหลที่ต้องกาดอกจันว่าห้ามพลาดแล้ว ฮ้าก๋าว shrimp dum
plings (HK$22) ขนมปังหน้ากุ้ง shrimp toast with sesame (HK$22) และ ขนมผัก
กาดซอสเอ็กซ์โอ stir-fried turnip cake with XO sauce (HK$26)
ก็แนะนำเช่นกัน

 

ขนมปังหน้ากุ้ง
ขนมปังหน้ากุ้ง
ขนมผักกาดซอสเอ็กซ์โอ
ขนมผักกาดซอสเอ็กซ์โอ
ติ้มซำ
ติ้มซำ
เฟรนช์โทสต์สอดไส้คัสตาร์ดลาวาไข่เค็ม
เฟรนช์โทสต์สอดไส้คัสตาร์ดลาวาไข่เค็ม

 

 

 

 

 

 

 

3.Hello Kitty 菜軒

ประเภท: Dim Sum – themed restaurant

ชื่ออย่างเป็นทางการของร้านนี้ คือเฮลโหลคิตตี้ จ๊งชอยฮี้น แปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า Hello Kitty Chinese Restaurant เป็นร้านอาหารจีนธีมคิตตี้แห่งแรกของโลกที่เพิ่งเปิดตัวในฮ่องกงเมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา กระแสตอบรับจัดว่าแรงตามคาดหวังค่ะ ทางร้านจะเน้นอาหารออกมาทางคิตตี้ และการตกแต่งร้านก็จะตกแต่งแบบมาทางคิตตี้ให้สวยงามให้เหมาะกับบรรยากาศทางร้าน


 

 

 

 

 

แฟนๆสาวๆคนใหนที่สายมุ้งมิ้งจะไม่ผิดหวัง เพราะทั้งการตกแต่งภายในรวมไปถึงจานชามอุปกรณ์มีแต่หน้าคิตตี้ให้เซลฟี่ด้วยเต็มไปหมด จุดขายหลัก คือ ติ่มซำคิตตี้ที่ปั้นออกเองมาหน้าอย่างเป๊ะ ทั้งฮ้าก๋าว (Hello Kitty(蝦餃皇) (HK$68) ซาลาเปาไส้ครีม (Hello Kitty 流沙包)(HK$62) และ ข้าวหน้าต่างๆ (เริ่มต้น HK$108) ฯลฯ หรือแม้แต่ชาคิตตี้ (HK$50/กา) ก็มีให้จิบอีกเช่นกัน

4.Ho Lee Fook

ประเภท: Chinese – modern/fusion

ร้านอาหารจีนสไตล์ฟังค์กี้ที่สนุกไปหมด ทั้งการตกแต่ง เมนู หรือแม้แต่ตั้งต้นที่การตั้งชื่ออาหาร คนฮ่องกงทุกคนต้องออกอาการสะดุดหู เมื่อได้ยินคำว่า โฮลีฟุค (Ho Lee Fook) เพราะเป็นการจับคำจีนสามคำมารวมกันอย่างไร้ความหมาย แม้ทางร้านพยายามจะอธิบายว่าหมายถึง good fortune for your mouth แต่ก็ยังคงถูกล้อเลียนว่ามาจาก Holy F*ckซะมากกว่า (จริงๆ แล้ว คิดว่านี่ก็คือ กิมมิคสนุกๆ ของร้านนั่นแหล่ะ)

 

 

 

 

 

 

 

Ho Lee Fook เปิดมาแล้วราวหนึ่งปีแต่กระแสยังแรงดีไม่มีตก นำทีมโดย จาเว็ตต์ หยื่อ (Jowett Yu) เชฟหนุ่มชาวใต้หวันอารมณ์ดีที่ไปโด่งดังในซิดนี่ย์ก่อนจะมาปลุกปั้นร้านนี้ในฮ่องกง ตอนนี้เค้าคงหายเหนื่อยเพราะเพิ่งได้โหวตให้เป็นเชฟแห่งปีของฮ่องกงจากนิตยสาร Foodieเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาค่ะ

การดีไซน์พื้นที่ในร้าน ขอเรียกว่าเป็นแนวหัวกลับ เพราะซ่อนโซนนั่งทานสไตล์ผับของลูกค้าไว้ใต้ดิน แต่กลับโชว์ครัวเปิดสว่างจ้าไว้ที่หน้าประตู และตกแต่งไปด้วยปีกนุกยูงที่ใหญ่และสวยงามที่สุดและตกแต่งด้วยลวดลายมังมร มีเมนูดังที่ถูกกล่าวขาน แนะนำ ซี่โครงเนื้อวากิวย่าง เสิร์ฟพร้อมซอสที่ทำจากพริกเม็กซิกันฮาเลอเพนโยและกิมจิต้นหอม (Roast wagyu short ribs, jalapeno puree, green shallot kimchi, soy glaze HK$458) เกี๊ยวซ่าสูตรคุณแม่ของเชฟ Jowett (Mom+$$$$$!s “mostly cabbage, a little bit of pork” dumplings HK$98) และไอศกรีมในธีมอาหารเช้ารสฮอลิกซ์เสิร์ฟพร้อมคอร์นเฟลก (Breakfast 2.0 HK$78)

5.Lai Bun Fu

ประเภท: Chinese – traditional fine dining

 

 

 

 

 

อีกหนึ่งร้านอาหารที่ชนะเลิศตั้งแต่การตั้งชื่อค่ะ ไหลปั๊นฝู (禮賓傅) หมายถึง จวนผู้บริหารสูงสุดของเกาะฮ่องกง (Government House) ชื่อนี้สื่อถึงองค์รวมของร้านได้เป็นอย่างดี เพราะนำทีมโดย เชฟจ๊งกีนเหลิ่ง (鍾建良) อดีตหัวหน้า

เชฟที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปีในจวนผู้บริหารฯ เชฟท่านนี้เคยทำหน้าที่ต้อนรับบุคคลสำคัญระดับโลกหลายท่าน อาทิ นายจอร์ช บุช, นางมาร์กาเร็ต แธตเชอร์, นายสี จิ้นผิง และ นายหลี่ เค่อเฉียง ฯลฯ จึงประยุกต์จานโปรดของวีไอพีเหล่านั้น นำเสนออย่างพิถีพิถันเป็นเมนูสี่คอร์สอันโด่งดังภายใต้คอนเซปต์ “Dining like a World Leader” (ราคาเริ่มต้น HK$368 ต่อคน) ซึ่งมีบริการเฉพาะช่วงบรันช์วันเสาร์เท่านั้น นอกจากนี้จานซิกเนเจอร์ของร้าน ยังมี ไก่หนังกรอบเสิร์ฟพร้อมซอสห้าชนิด (Sifu’s crispy chicken with 5 flavoured sauces เริ่มต้น HK$260) ปีกไก่ยัดไส้รังนก (crispy chicken wing stuffed with bird’s nest HK$168 ต่อคน) ขนมปังหน้ากุ้งและฟัวร์กราส์ (foiegras prawn cutlets on toast HK$240) และ เนื้อปูผัดไข่ขาวและนม (fresh crab meat stir-fried with egg white and milk HK$328)

ที่ตั้งของร้าน อยู่บนตึกใจกลางย่านธุรกิจหลักอย่างเซ็นทรัล (Central) การตกแต่งภายในถูกสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมาของฮ่องกงได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นการผสมผสานสไตล์จีนสมัยใหม่กับกลิ่นอายยุคล่าอาณานิคมของอังกฤษในอดีต ร้านเพิ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีขนาดไม่ใหญ่นักเพียง 52 ที่นั่ง พร้อมห้องวีไอพีอีก 12 ห้อง กำลังเป็นที่นิยมจึงขอแนะนำให้สำรองโต๊ะล่วงหน้า

6.Ore-no Kappou by Ginza Okamoto

ประเภท: Japanese

โอเร-โน คัปโปะ ส่งตรงจากเครือร้านอาหารยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่น (Ore-no Group) แถมยังต่อท้ายด้วย “บาย กินซ่า โอคาโมโตะ” (by Ginza Okamoto) ซึ่งเป็นร้านระดับมิชลิน 2 ดาว ได้ยินอย่างนี้แล้วอย่าเพิ่งถอดใจว่าจะเอื้อมไม่ถึง เพราะคอนเซปต์ของร้านเน้นบริการด้วยอาหารคุณภาพในราคาสบายกระเป๋า ด้วยความที่มีทำเลอยู่ใจกลางย่านธุรกิจและแหล่งกิน-ดื่มหลักอย่างหล่านไกวฟ๊ง (Lan Kwai Fong) จึงถูกจับจองเต็มทุกที่นั่งทั้งช่วงกลางวันและเย็น จัดว่าเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นกระแสแรงมากร้านหนึ่งในฮ่องกงขณะนี้

 

 

การแต่งร้านเป็นสไตล์โมเดิร์น แบ่งพื้นที่ส่วนเล็กๆ เป็นโซนยืนรับประทาน อันเป็นเอกลักษณ์ของร้านที่ญี่ปุ่น มื้อกลางวันเป็นเซตเมนู ราคาเริ่มต้นเพียง HK$80 ส่วนมื้อเย็นเป็น a la carte เมนูบางส่วนเป็นแนวฟิวชั่น โดยมีเมนูดัง คือ เยลลี่ไข่หอยเม่น (Uni Jelly Chef Taku Style HK$140) และ สัปปะรดเครมบรูเล (Pineapple crème brulee HK$60)

7.Tsukemen Mitaseimenjo

ประเภท: Japanese – Ramen

ส่งตรงจากญี่ปุ่นอีกเช่นกัน เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตอนนี้คนฮ่องกงยังเห่อไม่เลิกจนได้ชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งร้านคิวยาว

  

   

ในญี่ปุ่น มิตะเซเมนโจ (Mitaseimenjo) ถูกจัดให้เป็นตัวท็อปสำหรับเมนูซึเคเมน (Tsukemen) หรือ ราเมนแบบแห้งที่ต้องนำเส้นลงไปจุ่มในน้ำซุปเข้มข้นก่อนรับประทาน ซุปของร้านนี้เคี่ยวจากเนื้อไก่ กระดูกหมูและปลา มีให้เลือก2 ชนิด คือแบบต้นตำรับและแบบเผ็ด สำหรับตัวเส้นที่มีขนาดใหญ่คล้ายอุด้งก็มีให้เลือก2 ชนิดเช่นกัน คือ แบบเส้นเย็นที่เป็นต้นตำรับจากญี่ปุ่น และแบบเส้นร้อนที่มีเสิร์ฟเฉพาะในสาขาฮ่องกง

8.The Grand Buffet

ประเภท: International Buffet

 

 

 

 

 

The Grand Buffet ในมาเก๊าปิดตัวลงไปแล้วซักพัก ตอนนี้ ทนเสียงเรียกร้องของนักชิมไม่ไหวจึงตัดสินใจเปิดตัวใหม่ในฮ่องกง โดยเลือกทำเลบนชั้น 62 ของตึก Hopewell Center ซึ่งเป็นตึกทรงกลม ทำให้สามารถชมวิวเมืองใหญ่พร้อมอ่าววิคตอเรียสุดลูกหูลูกตาได้แบบ 360 องศา ได้ชมเห็นวิวทั้งกลางวันและกลางคืนอีกด้วย

บุฟเฟต์ที่นี่เสิร์ฟในคอนเซ็ปต์ a-la-minute-buffet โดยจะค่อยๆ ปรุงเป็นจำนวนน้อยเพื่อให้อาหารสดใหม่ตลอดเวลา สิ่งที่สร้างความฮือฮาที่สุด คือ ตู้ใส่กุ้งที่ยังมีชีวิตว่ายน้ำรอนักชิมให้ช้อนขึ้นมาปรุง รอบเวลาที่มีไลน์อาหารวาไรตี้ที่สุด คือ ช่วงบรันช์วันอาทิตย์(เริ่มต้น HK$598 ต่อคน) โดยจะจัดเต็มทั้งล็อบสเตอร์ เป๋าฮื้อ ขาปูอลาสก้า ฟัวร์กราส์ ชีส หอยนางรม ซูชิ เทปันยากิ ห่านย่าง หมูแดง ติ่มซำ และของหวานนานาชนิด ฯลฯทั้งนี้